รู้จักกับ Intermittent Fasting (IF) การลดน้ำหนักระยะสั้น ที่ทำกี่ทีก็ได้ผล

รู้จัก Intermittent Fasting (IF) ลดน้ำหนักระยะสั้น ที่ทำกี่ทีก็ได้ผล

  • May 29, 2021
  • By Admin: suriyy
  • Comment: 0

การลดน้ำหนักในปัจจุบันนั้นมีหลากหลายวิธีให้เราได้เลือกสิ่งที่เข้ากับตัวเองได้ เช่น  ออกกำลังกาย ควบคุมอาหาร คีโต และอีกหนึ่งวิธีที่ได้รับความนิยมอย่างมากคือ Intermittent Fasting (IF) ที่หลักการของมันสามารถเข้าได้กับชีวิตประจำวันของเราแถมยังกินได้ปกติอีกด้วย สำหรับใครที่อยากจะ รู้จักกับ Intermittent Fasting (IF) การลดน้ำหนักระยะสั้น ที่ทำกี่ทีก็ได้ผล นั้นต้องลองศึกษาดูว่าเราเหมาะกับการทำ IF หรือไม่

รู้จักกับ Intermittent Fasting (IF) การลดน้ำหนักระยะสั้น ที่ทำกี่ทีก็ได้ผล

Intermittent Fasting (IF) คือ ?

หลายๆ คนอาจจะรู้จักการลดน้ำหนักแบบ IF มาจากทั้งดารา บิวตี้บล็อกเกอร์ หรือเหล่าเน็ตไอดอลต่าง ๆ แต่ก็ยังไม่มีใครรู้ถึงความมหายและหลีกการของมันจริง ๆ ซึ่ง Intermittent Fasting หรือ “IF” นั้นเป็นรูปแบบของการกินอาหาร ที่จะกำหนดเวลาของมื้ออาหาร ไม่ตัดชนิดอาหาร หรือลดปริมาณอาหารลง เรียกได้ว่าสามารถกินได้ทุกอย่าง ไม่ต้องเปลี่ยนแปลงอาหารที่กิน แต่จะให้เราเปลี่ยนเวลาในการกิน เพียงแต่ต้องคำนึงถึงสารอาหาร ประโยชน์ของอาหาร และ ปริมาณพลังงานรวมที่ร่างกายต้องการต่อวัน ทานให้พอดีเพราะถ้าทานมากเกินไปยังไงก็กลับมาอ้วนอยู่ดี

Intermittent Fasting (IF) คือ

หลักการทำงานของ Intermittent Fasting (IF)

การลดน้ำหนักแบบ Intermittent Fasting (IF) หลายคนคงจะคิดว่าเป็นการจำกัดเวลาทานอาหาร และเวลาที่เราไม่ทานอะไรเลยซึ่งเป็นหลักการทำงานคร่าว ๆ โดยหลักการของ IF นั้นคือการเล่นกับฮอร์โมนในร่างกายของเรา โดยกำหนดให้ร่างกายขาดอาหารอย่างน้อย 12 ชั่วโมง เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ร่างกายนำเอาไขมันสะสมมาใช้เป็นพลังงานมากขึ้นในช่วงเวลาที่ไม่มีพลังงานจากอาหาร นอกจากนี้ การจำกัดเวลาในการกินอาหาร ยังมีส่วนช่วยในการควบคุมปริมาณอาหารไม่ให้มากเกินไปตามความจำเป็นของร่างกายซึ่งเป็นสาเหตุของไขมันสะสมนั่นเอง

ซึ่งปัจจุบันนั้น IF มีมากมายหลายสูตร แต่ทั้งหมดจะอยู่ภายใต้หลักปฏิบัติเดียวกัน คือ ให้อดอาหารในช่วงเวลาที่กำหนด จะดื่มน้ำและเครื่องดื่มที่ไม่มีพลังงานเท่านั้น

วิธีการทำ IF ในแบบต่าง ๆ

– 16/8  เป็นสูตรที่ได้รับความนิยมที่สุดในตอนนี้เพราะเข้าได้กับชีวิตประจำวันมากที่สุด คือช่วงเวลาการอด อยู่ที่ 16 ชม. และช่วงเวลาการกินอยู่ที่ 8 ชม. สูตร 16/8

– 19/5 คือมีช่วงเวลาการอด 19 ชม. และช่วงเวลาการกิน 5 ชม.

– Eat Stop Eat คือมีช่วงเวลาในการอด 1 วันเต็ม (24 ชม.) และทำ 1- 2 วันต่อสัปดาห์ เท่านั้น

– Warrior Diet คือสามารถเลือกที่จะอด ในช่วงกลางวัน หรือ กลางคืนก็ได้ โดยระยะเวลาในการอดจะกินเวลาประมาณ 19-20 ชม.

– 5:2 Diet คือการกินอาหารในปริมาณตามปกติโดยควบคุมพลังงานไม่ให้เกินกว่าความต้องการการใช้พลังงานต่อวัน 5 วัน/สัปดาห์ และ ควบคุมปริมาณพลังงานจากอาหารให้ทานประมาณ 500-600 kcal 2 วันต่อสัปดาห์

หลักการทำงานของ Intermittent Fasting (IF)

ผลเสียของ Intermittent Fasting (IF)

การลดน้ำหนักทุกแบบนั้นมีทั้งข้อดีและข้อเสีย การทำ IF ก็เช่นกัน เพราะการทำ IF ไม่ได้เหมาะกับทุกคน และอาจจะมีผลเสียที่ตามมาได้ ซึ่งเรามาดูผลเสียจากการลดน้ำหนักแบบ IF กัน

– เสี่ยงต่อการกินอาหารมากเกินกว่าที่ร่างกายต้องใช้

แน่นอนว่าการลดน้ำหนักไม่ได้มีแต่ข้อดี อย่างการทำ IF  นั้นเป็นการจำกัดเวลาการกิน และการอดซึ่งในบางคนที่ทำ IF อาจจะเกิดปัญหา เช่น เกิดความหิว โหย และความอยากอาหารมากขึ้น ทำให้หลายคนจะเฝ้ารอคอยช่วงเวลาของการกินอาหาร วางแผนอาหารมื้อในฝัน และ กินอาหารทุกอย่างที่อยากกิน ซึ่งหากขาดการควบคุม และยับยั้งชั่งใจ ก็มีความเสี่ยงที่จะทำให้กินมากเกินกว่าที่ร่างกายต้องการ จนทำให้น้ำหนักไม่สามารถลดได้ หรืออาจจะเครียดจากการที่อดทำให้ไม่มีความสุขในการทำ ทำไม่ได้ในที่สุด

– นอนหลับไม่สนิท

ปัญหาการนอนหลับไม่สนิทนั้นสามารถเกิดในได้การลดน้ำหนักทุกแบบ IF ก็เช่นกัน เพราะคนส่วนใหญ่มักจะทำ IF สูตร 16/8  ดังนั้นจะทำให้ต้องอดในตอนกลางคืน เนื่องจากเป็นช่วงของการนอนหลับพักผ่อน แต่ว่าการอดอาหารนั้นทำให้เกิดความหิวอย่างมาก ในตอนกลางคืน ซึ่งทำให้การนอนหลับมีปัญหา นอนหลับไม่สนิท พักผ่อนไม่เพียงพอ อาจส่งผลถึงการควบคุมความหิว และความอยากกินของหวาน และของที่มีไขมันสูงได้ หลายคนช่วงเริ่มต้นนั้นคงจะต้องมีแอบไปกินขนม หรือของหวานในตู้เย็นกันตอนดึก ๆ แน่ ๆ เพราะถ้าร่างกายเราหิวแต่เราไม่กินอาจจะทำให้หลับลงลำบาก

– เสี่ยงต่อการขาดสารอาหาร

การรักษาสมดุลร่างกายเป็นเรื่องที่สำคัญ เราไม่ควรทำให้ร่างกายของเราขาดสารอาหารหรือได้รับสารอาหารแต่ละชนิดที่ไม่เพียงพอ ซึ่งในกรณีที่ทำ IF โดยผสมวิธีไดเอตอื่นๆ โดยเฉพาะการนับปริมาณพลังงานเพียงอย่างเดียว หรือการลด ตัด ปริมาณ คาร์โบไฮเดรต และไขมันลงมากๆ อาจทำให้ร่างกายขาดสารอาหารที่จำเป็น ซึ่งหากทำติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจทำให้ร่างกายปรับเปลี่ยนโหมดเพื่อเอาตัวรอด และรักษาสมดุล โดยการลดการเผาผลาญ และใช้พลังงานน้อยลง สะสมไขมันมากขึ้น ทำให้เรากลับมามีน้ำหนัก และไขมันที่มากขึ้น หรือบางคนอาจจะเกิดอาการโยโย่ได้

– สูญเสียกล้ามเนื้อ

หลายคนอาจจะไม่อยากออกกำลังกายจึงเลือกใช้วิธีการทำ IF อย่างเดียว ซึ่งในการทำ IF นั้นส่งผลต่อระบบการเผาผลาญพลังงานในร่างกายเรา เพราะระบบเผาผลาญของเรานั้นมีความซับซ้อนมาก เมื่อปริมาณพลังงานจาก คาร์โบไฮเดรตต่ำลง กระบวนการเผาผลาญ โปรตีน และไขมัน มาเป็นพลังงานจะค่อย ๆ สูงขึ้น ซึ่งสัดส่วนการเผาผลาญพลังงานจากโปรตีนในกล้ามเนื้อ และไขมัน จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับลักษณะรูปร่าง ปริมาณโปรตีนที่ได้รับ และ กิจกรรมทางกายที่ทำด้วย หากร่างกายไม่ได้รับสารอาหาร และโปรตีนที่เพียงพอ หรือทำกิจกรรมการออกกำลังกายที่หนักเกินไป อาจทำให้เกิดการสูญเสียกล้ามเนื้อได้ ดังนั้นเราควรทำทุกอย่างให้พอดี การทำ IF นั้นควรจะทำในระยะเวลาสั้น ๆ ไม่เช่นนั้นระบบเผาผลาญเราอาจจะรวนได้

ผลเสียของ Intermittent Fasting (IF)

ใครที่กำลังหาวิธีลดน้ำหนักและสนใจการทำ รู้จักกับ Intermittent Fasting (IF) การลดน้ำหนักระยะสั้น ที่ทำกี่ทีก็ได้ผล นั้นควรจะศึกษาวิธี และหลักการให้ดีก่อนที่จะเริ่ม เพราะถ้าเราทำแบบผิด ๆ อาจจะทำให้เราลดน้ำหนักไม่สำเร็จ หรืออาจจะส่งผลเสียต่อระบบร่างกายของเราได้ ดังนั้นควรจะทำความเข้าใจและเลือกสูตรที่ใช่สำหรับตัวเองเพื่อที่จะได้ลดน้ำหนักอย่างถูกวิธีและมีความสุข

สำหรับใครที่กำลังทำ IF อยู่ และยังคิดเมนูที่จะทานไม่ได้ การทานอาหารที่มีประโยชน์ก็จะช่วยทำให้ร่างกายของเราแข็งแรง โดยเฉพาะในตอนนี้ที่เราต้องต่อสู้กับโรคโควิด-19 กับ 5 เมนูอาหารไทยเสริมภูมิคุ้มกัน ต้านโควิด-19 ซึ่งเป็นเมนูที่ทานง่ายแถมได้ประโยชน์ และยังช่วยสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีให้กับเราด้วย

นอกจากการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์จะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายของเรามีสุขภาพที่ดีแล้วนั้น หากเรารับประทานอาหารอ่มเป็นที่เรียบร้อยแล้วก็ไม่ควรจะทำ 5 สิ่งที่ไม่ควรทำหลังรับประทานอาหาร ถ้าไม่อยากเสียสุขภาพ เพราะอาจจะทำให้ระบบในร่างกายของเราแปรปรวน และส่งผลเสียต่อสุขภาพทำให้ร่างกายอ่อนแอลงได้